คอลัมน์เศรษฐกิจภาษาคน โดยคุณสุ : เริ่มมีข้อเสนอเกี่ยวกับ​รหัสสถานะบัญชี​ใหม่​ หนี้เสียที่เกิดจากโควิด​-19  : วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม 2565

เริ่มมีข้อเสนอเกี่ยวกับ​ รหัสสถานะบัญชี​ใหม่​ หนี้เสียที่เกิดจากโควิด​-19 
บทความในวันนี้ของผมใคร่ขอเสนอประเด็นต่อเนื่องจากบทความครั้งก่อนหน้า​ (เศรษฐกิจภาษาคน โดยคุณสุ ตอนที่ 17/2565 :​ ​ ต้องจุดเศรษฐกิจ​ให้ติด ผู้คนมีรายได้​ คือการแก้ไขปัญหาหนี้ วันที่ 25 เมษายน 2565) ที่ได้มีการพูดถึงในหน้าข่าวสื่อมวลชนด้านเศรษ​ฐกิจว่า​ ในสถานะตัวเลขของเดือนมกราคม​ 2565​ เมื่อสมาชิกของเครดิตบูโร​จำนวนกว่า​ 120 สถาบัน​การเงิน​ได้ส่งข้อมูล​เข้าระบบโดยมีการแจ้งรหัสสถานะบัญชีใหม่เพิ่มเติมเป็นครั้งแรกว่า​ ในกรณีที่​บัญชีสินเชื่อนั้นได้เกิดการค้างชำระเกินกว่า​ 90 วัน (ภาษาชาวบ้านคือค้างชำระเกิน​ 3 งวด หรือ 3 เดือนติดต่อกัน) แล้วกลายเป็นหนี้เสียหรือหนี้​ NPL แล้ว​ ให้ดูต่อกลับไปในอดีตว่าในปี​ 2562​ ซึ่งเป็นปีก่อนเกิดการแพร่ระบ​าดโควิด-19 นั้น​ บัญชี​ดังกล่าวมีการค้างชำระหรือไม่​ ดูต่อว่าเจ้าของบัญชีหรือลูกหนี้รายนั้นมีกี่บัญชี​ ทุกบัญชีจะต้องมีการชำระที่ดีทั้งหมด​ เพื่อให้มั่นใจว่า​ การที่บัญชีที่ดีขนาดนั้น​ เจ้าของบัญชีจ่ายหนี้ดีขนาดนั้น​ ในปี​ 2562​ แต่วันนี้ผ่านมาสองปี​ ได้กลายมาเป็นหนี้เสีย​ ผลกระทบที่เกิดกับลูกหนี้เจ้าของบัญชี​นั้นมันต้องเป็นเหตุการ​ณ์ไม่ปกติ​ ซึ่งเหตุการณ์​ไม่ปกติในช่วงปี​ 2563-2564​ มันมีเรื่องเดียวคือ​ income shock เนื่องจากมาตรการทางสาธารณสุขในการแก้ไข และป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส​โควิด-19 ไม่น่าจะมาจากเหตุการณ์อื่นใด
ผู้เขียนคิดไว้เสมอตอนที่พยายามจะแยกแยะข้อมูล​ให้ได้ว่า​ บัญชี​ที่เคยเป็นหนี้ดีต้องกลายมาเป็นหนี้เสียในช่วงสองปีของสถานการณ์​โรคระบาดโควิด-19 นี้​ ซึ่งก็พบกับความจริงในเดือนมกราคม​ 2565 ว่ามีจำนวน​ 2.3 ล้านบัญชี​ คิดเป็นเงิน​ 2 แสนล้านบาท​ ตัวเลขนี้จะยังไม่หยุด​ มันคงจะเพิ่มขึ้นไปอีก​ เพราะมันยังไม่จบเรื่องโรคระบาด​โควิด-19 ยังคงมีประเด็นอื่นที่แทรกซ้อนขึ้นมาจนทำให้ลูกหนี้เจ้าของบัญชี​ดังกล่าวต้องยอมแพ้ในการหาเงินมาชำระหนี้ตามที่กำหนด​ อาการนี้ที่เรียกว่า​ “หมดแรงกับหมดลม” คงจะเพิ่มขึ้น​ ตัวเลขที่ออกมาเบื้องต้นในไตรมาสที่หนึ่งก็น่าจะเพิ่มเป็น​ 2.5-2.7 ล้านบัญชี​ประมาณ​นี้​ ซึ่งมันก็บ่งบอกได้ถึงความอ่อนแอ​ในไส้ในของหนี้ครัวเรือนไทยที่ก่อกันมา​ สร้างกันมาแต่ในอดีตหลังน้ำท่วมใหญ่ปี​ 2554 ถ้าเราจะยังจำกันได้ถึงการกู้เพื่อซ่อมสร้าง​ รถยนต์​คันแรก​ บ้านหลังแรก​ เกษตรกร​สร้างหนี้เพราะเชื่อในรายได้จากโครงการจำนำข้าว​ เป็นต้น​ 
อย่างที่ได้จั่วหัวในตอนต้นของบทความ​ เมื่อผู้เขียนได้รับทราบข่าวสารว่า​ สมาคม​ด้านอสังหา​ริมทรัพย์​ประเภทคอนโดมิเนียม​ได้ออกมาแถลงถึงแนวนโยบายในการดำเนินการในหลาย ๆ ด้าน​ โดยเฉพาะด้านที่เกี่ยวกับเครดิตบูโร​ความตามเนื้อข่าวที่เปิดเผยออกมาว่า​
“… ผมเข้ามาร่วมงานสมัยนายกประเสริฐ (แต่ดุลยสาธิต) กับนายกอาภา (อรรถบูรณ์วงศ์) ทั้งสองท่านทำภารกิจต่าง ๆ ส่งเสริมสมาคมและส่งเสริมผู้ประกอบการ สำหรับยุค​โควิด-19​ ธุรกิจคอนโดมิเนียมเรากระทบมากที่สุดเลยในอสังหา​ริมทรัพย์ ผลกระทบคงไม่แพ้ธุรกิจโรงแรม เรามีสต็อกคอนโดฯ มีที่ดินรอเปิดขายคอนโดฯ มาสัก 3 ปีที่ไม่ได้เปิดสักที คิดว่าเป็นภารกิจที่พยายามผลักดัน
ผมคิดว่าสุขภาพคอนโดฯ หรือสุขภาพลูกค้า ปี​โควิด-19​ ไม่เหมือนปีปกติ ซึ่งปีปกติมีบัณฑิตจบใหม่รอมาซื้อ กลุ่ม first jobber เป็นดีมานด์ ซื้อคอนโดฯ หลังแรกอย่างต่อเนื่อง แต่การจ้างงานบัณฑิตจบใหม่ในช่วง 2-3 ปี (ปี 2563-2565) ค่อนข้างตะกุกตะกัก รายได้อาจไม่ค่อยดีเหมือนภาวะปกติ เป็นภารกิจแรก ๆ ที่ต้องเข้าไปช่วยกันกระตุ้นกำลังซื้อตรงนี้
ผมมีไอเดียคุยกับทางนายกท่านเก่า ไปผลักดันร่วมกับหน่วยงานรัฐต่อ รวมถึง NCB บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ยุคโควิด 2 ปีที่ผ่านมาเป็นอุบัติเหตุ ทำให้เขา (ลูกค้า) กู้ไม่ได้ ถ้าเราไปผลักดันว่าตรงนี้ไม่นับได้ไหม เพราะการเลิกจ้างหรือลดเงินเดือน ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของผู้กู้ เกิดจากทั้งประเทศ ทั่วโลก เป็นกระดุมเม็ดแรก ๆ ที่จะเข้าไปทำ…”
ประเด็นที่ผมคิดว่าอยากจะกราบเรียนทุกท่านที่ตั้งใจจะสร้างทางออกในเรื่องนี้ในเชิงเทคนิคของกฎกติกาในระบบปัจจุบัน​ก็คือ
1.ข้อมูล​ในสมุดพกการก่อหนี้​ การชำระหนี้​ ของคนที่เป็นลูกหนี้คือความจริงตามสภาพและเหตุปัจจัย​ ข้อมูล​นี้ไม่ควรถูกปิดบัง​ ทำให้สั้นกว่ามาตรฐาน​โลก​ และไม่ควรมีการแก้ไขใด ๆ
2.ต้องพิสูจน์​ให้ได้ว่า​ ศักยภาพของตัวลูกหนี้ในการสร้างรายได้ หารายได้มาชำระหนี้ในอนาคตที่จะก่อเพิ่มจากการซื้อทรัพย์สิน​ประเภทคอนโดมิเนียม​นี้ยังมีศักยภาพ​อยู่​ และจะมั่นคงแข็งแรง​เมื่อโควิด-19 ซาลง​ นั่นคือการพิสูจน์​ให้ได้ว่ามีแหล่งรายได้มาชำระหนี้ค่อนข้างแน่นอน​กับภาระหนี้ที่เพิ่ม
3.กฎกติกาที่ผูกมัดรัดตรึงคนให้กู้​ สถาบันที่ให้กู้​ ในกรณีที่​จะให้กู้กับคนที่มีบัญชีหนี้เสีย​ แล้วปรับโครงสร้างหนี้เสียแล้ว​ ต่อมาต้องการกู้เพื่อซื้อคอนโดมิเนียม​เพิ่มนั้น​ มันมีจุดใดต้องปลดล็อกด้วยนะครับ​ ระยะดูใจหลังจากที่มีการปรับโครงสร้างหนี้จากคนเคยมีบัญชีหนี้เสีย​ เคยเป็นหนี้เสีย​ มาเป็นหนี้ระหว่างปรับโครงสร้างและต้องการกู้เพิ่มคืออะไร​ อันนี้ต้องลงไปหาทางปลดล็อก​ด้วยนะครับ​ ไม่งั้นเจ้าหนี้ที่อยากปล่อยคงยากจะทำใจได้ครับ
4.เห็นด้วยมาก ๆ ครับกับการลดราคาลงมาให้เกิดความสมเหตุสมผล​ ตามสถานการณ์​ครับ​ ผ่อนสั้นผ่อนยาว​ เบาได้เบา​ เวลานี้ก็ต้องไปให้รอดทั้งสามฝ่ายคือคนกู้มาเพื่อซื้อ​ เจ้าของโครงการที่กู้มาเพื่อสร้าง​ สถาบันการเงินคนที่เอาเงินฝากที่ระดมมาให้กู้​ แต่พอเห็นกำไรที่ท่าน ๆ แจ้งในตลาดหลักทรัพย์​แล้ว​ ผู้เขียนคิดเอาเองนะครับว่า​น่าจะลงไปได้อีก​ อีกเยอะพอสมควร​ เพื่อให้น้อง ๆ คนทำงานหน้าใหม่​ ผู้กู้หน้าใหม่​ ลูกค้ากลุ่มใหม่ คนรุ่นใหม่​ มีที่อยู่ใหม่​ และเชื่อในระบบเศรษฐ​กิจใหม่ว่า​ มันทำให้พวกเขามีโอกาสได้มีบ้านใหม่เป็นของตนเอง​ 
ในอดีตเปิดโครงการ​ มีคนมาจองตอน​พรี​เซล​พอประมาณ​ จากนั้นก็มีการขยับราคาขายขึ้นไป​ บริหารต้นทุนการก่อสร้าง​ ต้นทุนการขาย​ การส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้นไป​ คนรายหลังซื้อแพงกว่ารายแรกเรื่อย ๆ​ จนกราฟสามเส้นนี้ไปบรรจบกันพอดีตอนขายจบ​ สร้างเสร็จ​ ปิดโครงการ​ ลงบัญชี​ กำไรออกมาแบบ​ wow wow เพลายามนี้เอาแต่พอควรนะครับ​ เบาได้เบา​ อย่างน้อยเราก็จะได้ร่วมด้วยช่วยกัน​ ลดเงื่อนไขในประเด็น​ความคิด​ ความรู้สึกนึกคิดของน้อง ๆ คนเริ่มทำงาน​ คนจบใหม่​ ที่ออกมาบอกว่า​ มองไม่เห็นอนาคตที่จะมีหนึ่งในปัจจัยสี่​ในบ้านเรา ซึ่งมักจบลงด้วยคำบอกว่า​ อยากย้ายประเทศ​ ที่คนรุ่นผมรับฟังแล้วได้แต่คิดว่า
“ทำกำไรกันจนมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร…” 
กราบขอบพระคุณ​ทุกท่านที่ติดตามนะครับ​ ผิดพลาดประการใดโปรดให้อภัยด้วยนะครับ