คอลัมน์เศรษฐกิจภาษาคน โดยคุณสุ : เมื่อได้สนทนากับผู้รู้เรื่องการศึกษาจึงได้พบว่า ทำไมมันเป็นแบบนี้ : วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม 2565

เมื่อได้สนทนากับผู้รู้เรื่องการศึกษาจึงได้พบว่าทำไมมันเป็นแบบนี้

เมื่อผู้เขียนได้มีโอกาสเข้ารับฟังการบรรยายจากวิทยากรผู้รู้ผู้ที่ทำการศึกษาและเป็นผู้ที่มีความห่วงใยในเรื่องการพัฒนาคนพัฒนาความสามารถในการแข่งขันให้คนไทยได้ใช้ขีดความสามารถตามศักยภาพที่ตนเองมีไปให้ไกลที่สุดโดยเฉพาะการยกระดับหรือการเลื่อนชั้นเลื่อนฐานะทางสังคมอย่างน้อยก็ต้องมีสัมมาอาชีพมีรายได้ที่เลี้ยงปากเลี้ยงท้องของตนเองและครอบครัวมีโอกาสในการมีทรัพย์สินเป็นของตนเองมีโอกาสที่จะได้รับการดูแลจากภาครัฐที่เสมอภาคไม่มากไม่น้อยกว่าใครคนอื่นที่สำคัญคือมีเกียรติมีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ทัดหน้าเทียมตา และท้ายที่สุดต้องไม่ถูกใครเขาดูหมิ่นดูแคลนหากเขาคนไทยคนนั้นประสงค์ที่จะใช้ชีวิตเรียบง่ายตามธรรมชาติตามบ้านนอกคอกนา ท่านวิทยากรท่านนี้เป็นคนหนุ่มที่เรียนเก่งทำงานเก่งและถือเป็นความหวังมาก ของสังคมไทยเหตุเพราะท่านยึดมั่นในพุทธศาสนาและแสดงออกในหน้าที่การงานแบบตรงไปตรงมามากคนหนึ่งของสังคมเศรษฐกิจไทย

ในความคิดของผู้เขียน (ซึ่งอาจมีคนไม่เห็นด้วย)​ ผู้เขียนมองสังคมไทยผ่านอายุใกล้เกษียณอาจกล่าวได้ว่าเป็นสังคมแห่งการเปรียบเทียบตัวอย่างเช่น

เกิดมาก็ถูกเปรียบเทียบน้ำหนักผิวพรรณผมดกมากน้อย ต่อมาก็ถูกเปรียบเทียบเรื่องพัฒนาการว่าใครพูดได้ก่อนยิ้มได้ก่อนเคลื่อนไหวได้ดีกว่า

ต่อมาคือการเปรียบเทียบเรื่องการศึกษาว่าใครเรียนได้ดีเรียนได้เก่งท่องเป็นนกแก้วนกขุนทองได้ดีกว่ากัน ที่สำคัญคือเอามาตรวัดไม้บรรทัดวัดจากมาตรฐานเดียว (One size fit all) ในเรื่องนี้เห็นได้ชัดเจนแทบทุกหนแห่งโดยจะมีครอบครัวญาติผู้ใหญ่เครือญาติทางโลกทางธรรมหรือคนที่ชอบชี้แนะคอยจี้คอยบี้คอยตอกย้ำว่าเรียนอะไรดีกว่าอะไรปริญญาไหนสูงส่งกว่าที่ไหนไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไรผลก็คือเราได้มนุษย์ที่ผ่านการอบรมบ่มเพาะแบบมนุษย์โรงงานอุตสาหกรรมไหลเข้าสู่ตลาดแรงงานเพื่อป้อนเข้าสู่ระบบทุนนิยมระบบการค้าเสรีแบบทุนนั้นเป็นใหญ่ซึ่งมันยากมากในเวลานี้ขณะที่โลกเปลี่ยนแต่คนไม่ปรับ​ 

ต่อเนื่องไปถึงช่วงชีวิตการทำงานก็จะพบว่ารายได้ที่หาได้มันเริ่มและแทบจะไม่สัมพันธ์กับเนื้องานไม่สัมพันธ์ในความสัมฤทธิผลที่เกิดจากการทำงานตัวอย่างง่ายสุดคือปริญญาตรีเริ่มที่​ 15,000 บาทต่อเดือนมันมาจากไหน​ 500 บาทต่อวันใช่หรือไม่ดังนั้นเมื่อโควิด-19​ มาในยามที่โลกรวนทั้งอากาศทั้งสิ่งแวดล้อมพร้อมกับโลกมันเปิดและเปลี่ยนระบบของเราจึงเจอกับ income shock และการดำรงชีวิตแบบตกหลุมอากาศบางท่านหกล้มบนภูเขาหนี้บางท่านตกลงไปในบ่อหนี้บางท่านยังเอาหนี้มาเติมหนี้บางท่านตะเกียตตะกายขึ้นมาจากบ่อหนี้ที่สูงชันบางท่านได้มือของสถาบันการเงินดึงขึ้นมาช่วยบางท่านได้โครงการภาครัฐดันตัวยกขึ้นมาได้​ 

เมื่อมาถึงจุดนี้ทำให้ผู้เขียนเห็นซึ้งถึงสัจธรรมว่าการจะยกระดับขีดความสามารถและศักยภาพของตนเองไปให้ได้ไกลที่สุดคือการฟัง การเรียนที่จะฟังเพราะเมื่อเราฟังเราจะได้อะไรเข้ามาในชีวิตกรองมันถ้าดีก็เอามาปรุงปัญญาผ่านการคิดอย่างมีเหตุและผลถ้าไม่ดีก็ทิ้งไปอย่างมีสติถ้ายังไม่แน่ใจว่าดีว่าเหมาะก็เก็บเอาไว้ในใจก่อนแบบเอาของใส่ตระกร้าแต่ยังไม่กดซื้อและโอนเงินหากแต่ว่าตัวเรานั้นเริ่มด้วยการพูดก่อนเราก็จะได้ยินเสียงตัวเองได้ฟังแต่ความคิดเราซึ่งหลายกรณีมันเป็นสิ่งที่แสดงถึงความทึบแสงของปัญญาการชอบพูดไม่ใช่ความผิดแต่การพูดแบบคิดไม่ได้ไปไม่เป็นประโยชน์มันจะก่อให้เกิดแต่ปัญหายิ่งถ้าเป็นคนที่ได้รับมอบหมายให้คิดเพื่อไปสร้างให้เกิดสิ่งซึ่งกระทบกับคนอื่นในสังคมวิชาการฟังจะสำคัญที่สุด​ “นักรบแห่งการฟังจะชนะสงครามนักรบ​ PowerPoint จะชนะได้แค่การศึกเพราะเมื่อมีคนรู้จริงรู้ลึกมาตรวจการบ้านที่เสนอก็จะพบว่าหลายครั้งทำไปจะไม่เกิดผลแต่ที่เลวร้ายคือทำไปสมการจะกลับข้างทำให้เสียหายโดยเฉพาะกระบวนการเอาความสามัคคีมาเป็นตัวตั้งในการสร้างแนวความคิดร่วมกล่าวคือต้องคิดให้เหมือนกันมากที่สุดโต้แย้งกันให้น้อยยึดความเกรงใจเป็นที่ตั้งคิดแต่ว่าถ้าเถียงกันคือไม่สามัคคีต้องร่วมใจให้เหมือนเป็นหนึ่งทั้งที่มีวัฒนธรรมแฝงในองค์กรที่ตนและคณะสังกัดว่า​ “อันความสามัคคีนั้นดีอยู่ แต่ต้องให้ตัวเราเป็นหัวหน้าอันนี้หายนะมามากมายยิ่งเป็นช่วงของการแย่งชิงฐานะตำแหน่งเพื่อเลื่อนไหล ยุทธศาสตร์เตะตัดขาเข่าเจาะยางชกลำตัวอัดใต้เข็มขัดศอกฟันหน้าหาเรื่องร้องอาการจะเด่นชัดมาก จนยากจะใช้เหตุความสามัคคีมากลบบังเวลามองออกไปมันจึงอเนจอนาถใจเป็นยิ่งนัก​ 

กลับมาที่การศึกษาผู้เขียนได้อ่านข่าวว่า

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้ดำเนินงานระบบธนาคารหน่วยกิต (Academic Credit Bank) หลากหลายรูปแบบตั้งปี 2563 ขณะนี้มีความก้าวหน้าไปมาก เช่น การรับนักเรียน/นักศึกษาเข้าสู่ระบบธนาคารหน่วยกิตเกิดขึ้นจริงใน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีมากกว่า 20 สาขาวิชา และสะสมข้ามมหาวิทยาลัยในกลุ่มมหาวิทยาลัยราชมงคล 9 แห่ง 36 วิทยาเขต และสถาบันอาชีวศึกษาก็มีการปรับหลักสูตรฐานสมรรถนะ โดยเชื่อมโยงกับกรอบคุณวุฒิวิชาชีพและเริ่มระบบธนาคารหน่วยกิตแล้ว การเชื่อมโยงธนาคารหน่วยกิตทั้งระบบจะเร่งให้เกิดระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประเทศ ซึ่งจะเกิดได้นั้นจะต้องได้รับการยอมรับในมาตรฐาน มีหน่วยงานกลางที่รับผิดชอบดูแลโดยตรงและมีความเป็นกลางเป็นที่ยอมรับของหน่วยงานเทียบโอนต่าง และสาธารณชน อย่างไรก็ตาม สกศ. จะดำเนินงานให้มีธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติที่ดำรงความเป็นหน่วยงานกลาง ในลักษณะเดียวกับธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อให้เกิดการยอมรับและสร้างความเชื่อมั่นในระบบธนาคารหน่วยกิต ซึ่งจะช่วยให้เกิดระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประเทศได้​ 

ผู้เขียนคิดต่อว่าถ้าคนไทยคนหนึ่งอยากเรียนวิชานี้จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งและสามารถข้ามไปเรียนอีกสาขาวิชาจากมหาวิทยาลัยอีกแห่งหนึ่งสะสมไปทำงานไปแล้วตอนจบก็ได้ปริญญาที่เขาคนนั้นออกแบบชีวิตการเรียนด้วยตนเองบนความเชื่อว่าเขาจะมีศักยภาพสูงสุดความไม่มีประสิทธิภาพของบางสาขาวิชาจะถูกความกดดันให้ลบเลือนหายไปในสายลมใช่หรือไม่ลองฟังและคิดตาม​ 

จุดนี้คือสิ่งที่ผู้เขียนของคิดดัง ๆให้ท่านผู้อ่านได้รับฟังและเพ่งพิจารณาว่ามันพอจะเป็นทางออกจากกับดักทางปัญญากับดักทางสัมมาอาชีพของคนในยุคหลังโควิด-19 ได้หรือไม่ครับ​ 

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม