เริ่มปีใหม่ ต้องเปลี่ยนใหม่ ละสิ่งเก่า ๆ ให้ทิ้งไป นำสิ่งดี ๆ ใหม่ ๆ ให้เข้ามา แต่การกู้เงินก็ยังคงเป็นทางออกของใครหลาย ๆ คน  และในปัจจุบันนี้มีทั้งกู้ในระบบและกู้นอกระบบ บางคนยังคงพึ่งพาการกู้เงินในระบบกับสถาบันการเงิน แต่สำหรับคนที่เลือกกู้เงินนอกระบบ จนทำให้ชีวิตตกอยู่ในอันตรายก็มีจำนวนไม่น้อยเช่นกัน อาจเป็นเพราะยังไม่เข้าใจว่าระหว่างสองระบบกู้นี้มีความแตกต่างกันอย่างไร

แล้ว “หนี้ในระบบ” กับ “หนี้นอกระบบ” ต่างกันอย่างไร?

1.หนี้ในระบบ
กู้เงินผ่านสถาบันการเงินโดยตรง เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ เป็นต้น ทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้จะถูกรับรองตามกฎหมาย ในกรณีที่ผู้กู้ไม่ชำระหนี้ตามระยะเวลาที่กำหนด ผู้ให้กู้สามารถฟ้องร้องให้เกิดคดีแพ่งได้ ส่วนผู้กู้ก็จะได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายในเรื่องของอัตราดอกเบี้ย หากพบความไม่เป็นธรรม เช่น เรื่องสถาบันการเงินคิดดอกเบี้ยสูงกว่ากฎหมายกำหนด ก็สามารถฟ้องร้องได้ทันทีเช่นกัน

ลักษณะสำคัญ: ต้องพิจารณาคุณสมบัติของผู้กู้ ใช้เวลาในการอนุมัติ หากประวัติไม่ดี มีโอกาสกู้ไม่ผ่าน

2.หนี้นอกระบบ
พูดได้เลยว่าเป็นขั้วตรงข้ามของหนี้ในระบบทุกอย่าง มีทั้งลักษณะของการยืมเงินปากเปล่าและอาจมีการจดบันทึกไว้ มีสัญญาเป็นหลักฐาน แต่ไม่มีการรับรองทางกฎหมาย เราอาจจะเคยเห็นป้ายแปะกู้เงินด่วนตามเสาไฟฟ้า ป้ายรอรถเมล์ คุ้นตากันมาบ้างตามสถานที่สาธารณะ

ลักษณะสำคัญ: แม้ขั้นตอนกู้จะง่ายกว่า แต่มีความเสี่ยงที่จะถูกเอารัดเอาเปรียบในสัญญา การคิดอัตราดอกเบี้ยที่มากกว่า สิ่งที่รุนแรงที่สุดคือ มีความเสี่ยงในเรื่องความปลอดภัยของชีวิตผู้กู้นั่นเอง หนี้นอกระบบจึงเป็นวิธีที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง

ในเมื่อเข้าใจในความแตกต่างของหนี้นอกระบบกับหนี้ในระบบแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราต้องมาคิดพิจารณาให้ดีว่าต่อจากนี้ เมื่อเราจะทำการกู้เงิน ขอสินเชื่อต่าง ๆ เราต้องคำนึงถึงเรื่องอะไรบ้าง

ทวนความต้องการอีกที เป็นหนี้ครั้งนี้..คิดดีแล้วหรือยัง?

  • หนี้ครั้งนี้..จำเป็น หรือแค่อยากได้
    ถ้าหากต้องกู้เงินเพราะความจำเป็นจริง ๆ ในการใช้ชีวิตหรือสามารถสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตได้ ก็ควรทำ แต่ถ้าเป็นเพียงเพราะความอยากได้ นำไปใช้ในเรื่องที่ไม่จำเป็น ก็ไม่ควรที่จะกู้เงินมา สร้างภาระหนี้สินเพิ่มเติม
  • ต้องใช้ตอนนี้ หรือรอได้ เรายังไหว
    ถามตัวเอง ทบทวนตัวเองให้ดีเรามีความจำเป็นมากแค่ไหน หรือเราควรเก็บเงินให้มากกว่านี้ก่อน เพื่อที่จะมีให้พอใช้ จะได้ผ่อนเงินหมดเร็วขึ้น
  • อย่ากู้ถ้ายังผ่อนไม่ไหว
    หากเรายังไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ได้ตรงเวลา ก็ไม่ควรกู้ ควรรอเวลาให้เรามีเงินในการชำระเพียงพอก่อน เมื่อสามารถชำระได้ตรงเวลาแล้วถึงค่อยดำเนินการกู้เงิน

    สุดท้ายสำหรับใครที่กำลังคิดจะกู้เงิน ควรพิจารณาให้ดี ควรพิจารณาถึงสภาพทางการเงินของตัวเอง ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ไม่มีใครอยากเป็นหนี้ ถ้าไม่มีความจำเป็นจริง ๆ ที่สำคัญไม่ควรที่จะกู้หนี้ใหม่ เพื่อมาจัดการกับหนี้เก่าเด็ดขาดค่ะ

    ขอบคุณข้อมูลจาก https://moneyhub.in.th/article/debt-type-comparison/