ไม่ว่าจะเป็นกาแฟร้อน โกโก้เย็น นมสดปั่น สารพัดเครื่องดื่มที่ให้ความหวาน ล้วนเป็นอาวุธคู่กายสำหรับพนักงานออฟฟิศยามบ่ายกันทั้งนั้น หลังเที่ยงปุ๊บ ต้องซื้อเครื่องดื่มติดไม้ติดมือกันขึ้นออฟฟิศไปบ้าง อย่างน้อยต้องมีเหตุให้เสียเงินกันวันละ 1 แก้ว อยากให้ลองรวมยอดการซื้อในแต่ละวันดูภายในปีนี้ดูค่ะว่า เราเสียหายกันไปเท่าไหร่แล้วกับเครื่องดื่มยามบ่าย แล้วมาเปลี่ยนพฤติกรรมส่งท้ายปี 62 เพื่อเสริมวินัยทางการเงินในปีต่อไปให้ดีขึ้นกันเถอะค่ะ

The Latte effect จะเปลี่ยนกาแฟให้เป็นเงินได้อย่างไร?
ความเป็นจริง The Latte effect เป็นเทคนิคการออมรูปแบบหนึ่งที่แนะนำให้เราลดหรืองดสิ่งเล็ก ๆ ที่ไม่จำเป็นในรายวันออกไป โดยมีแนวคิดง่าย ๆ คือ “Skip coffee and make money” ที่ไม่ใช่เพียงแค่งดเครื่องดื่มประเภทกาแฟเท่านั้น มันรวมไปถึงอะไรก็ได้ที่เป็นค่าใช้จ่ายส่วนที่ไม่ค่อยจำเป็น แม้จะเป็นจำนวนไม่มากในรายวัน แต่หากเราเสียเงินจำนวนเท่านี้ทุกวันในระยะยาว 1 ปี 3 ปี ไปจนถึง 5 ปี มันจะสะสมเป็นเงินก้อนที่เราสามารถนำไปซื้อของที่จำเป็นได้

“Skip coffee and make money ไม่จำเป็นให้งด เหลือเงินสดไว้ออม”

1 ปี 3 ปี 5 ปี ลองคิดดูว่าเราเสียหายกันไปเท่าไหร่?
มาลองดูตัวอย่างคำนวณค่าใช้จ่ายของบางอย่างต่อวัน ตามหลัก The Latte effect ว่าในช่วงเวลา 1 ปี ไปจนถึง 5 ปี เราจะเสียเงินไปเท่าไหร่กันบ้าง

ลองคำนวณค่าใช้จ่ายประจำวันของตัวเอง เพื่อให้เห็นว่าค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยนั้นสามารถสะสมเป็นเงินก้อน เก็บไว้ใช้ในเรื่องจำเป็นหรือเรื่องอื่น ๆ ได้ หากปีต่อไปเรารู้จักตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป และเริ่มออมเงินควบคู่กันจะสามารถสร้างสุขภาพทางการเงินที่ดีได้ค่ะ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราควรงดหรือลดให้พอดี งดอย่างมีความสุข ไม่ทำให้ตัวเองทุกข์จนเกินไปค่ะ ตัวอย่างเช่น เปลี่ยนจากการดื่มกาแฟแก้วละ 140 บาทต่อวัน เป็นชงกาแฟที่ทางออฟฟิศมีให้ฟรี หรือซื้อกาแฟชงเองในรสชาติที่ตัวเองชอบ แค่นี้ก็ประหยัดได้อีกเยอะ จะให้รางวัลตัวเองเดือนละครั้งก็ยังไม่เสียหายค่ะ

ที่มาของข้อความ  https://blog.nationwide.com/the-latte-effect-infographic/