คอลัมน์เศรษฐกิจคิดง่ายๆ ” เวลานี้เราล้วนมีความโง่เท่ากัน ” ข้อคิดนักบริหาร นสพ.โพสต์ทูเดย์ วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2561

คอลัมน์ เศรษฐกิจคิดง่ายๆ

เวลานี้เราล้วนมีความโง่เท่ากัน ข้อคิดนักบริหาร

นสพ.โพสต์ทูเดย์ วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2561

“เวลานี้เราล้วนมีความโง่เท่ากัน” ข้อคิดนักบริหาร ประโยคดังกล่าวผมได้รับ มาและถูกใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันเหมาะสมจริงๆ กับยุคสมัยในเวลานี้ เหตุที่มาเกิดจากการประชุมกันระหว่างทีมงานข้อมูลของผู้เขียนกับทีมงานของผู้ลงทุนไทยและนักเทคนิคหนุ่มๆ ของจีนที่เข้ามาทำโครงการที่จะเปิดให้บริการทางการเงิน หรือ Financial Service กับผู้คน ผู้ประกอบการ SME ทั้งบุคคลและนิติบุคคล

สิ่งที่ผมได้เห็น คือ การพยายามผสมผสานในการทำงานเพื่อนำไปสู่เป้าหมาย ซึ่งผมได้ตั้งคำถามว่า…หากทีมงานท่านทำงานแบบ (1) พ่อค้าคือเอาเป้าหมายเป็นตัวตั้ง ขณะที่ตัดสินใจ แบบ (2) นายธนาคารรุ่นเก่าที่คิดแล้วคิดอีก ถามแล้วถามอีก ย้ำคิดย้ำทำ เอากฎหมายเป็นตัวตั้ง แบบว่า ทำมากผิดมาก ทำน้อยผิดน้อย ไม่ทำไม่ผิด และประการสุดท้าย Biz Model ของสิ่งที่จะทำมันจะเป็นแบบ (3) Tech Startup คือคนหนุ่มๆ จะทำงานแบบยืดหยุ่นสุดๆ แล้วล่ะก็ งานที่คิดไว้มันจะจบสวยหรือเละเทะกันแน่

ท่านที่เป็น ceo group company ที่นำทีมมาคุยกับผมบอกว่า…ทุกวันนี้กลุ่มธุรกิจเรามียอดรายได้เป็นแสนล้าน แต่คุณสุรพลครับ ตอนนี้ผมคิดว่า เราๆ คนที่นั่งหัวโต๊ะตัดสินใจคือตัวปัญหาของเรื่องแล้วล่ะ ไม่ใช่เราไม่ฉลาดนะ แต่โลกยุคใหม่ทุกคนในห้องประชุมโง่ เท่ากันแล้ว ไม่ดีไปกว่ากันเลย ติดอยู่ในกับดัก ไม่รู้ว่าเราไม่รู้อะไร (Unknown the unknown) เพราะ

1.ทฤษฎีที่ร่ำเรียนมาต่างอธิบายอาการเศรษฐกิจ การค้า การแข่งขันได้น้อยลง เช่น ทำไมธนาคารกลางบอกว่าจะขึ้นดอกเบี้ย แต่ค่าเงินกลับอ่อนลง ทำไมตัวเลขเศรษฐกิจดีแต่การจ้างงานไม่เพิ่ม คนไม่รู้สึกว่ามันเงินสะพัด

2.อะไรคือพฤติกรรมที่แท้จริงของลูกค้า อะไรคือปัจจัยที่ทำให้คนต่างวัยทำสิ่งเดียวกัน หรือคนวัยเดียวกันต่างทำกันคนละแบบ คนละขั้ว

3.อิทธิพลของโลกเสมือนจริงได้เข้ามากดทับโลกในความเป็นจริงให้ไปในทิศทาง ไปกับกระแสของข่าวสาร เราต้องมีคนทำหน้าที่กรองให้ชัวร์ก่อนแชร์ มีศาลยูทูบ มีทนายเฟซบุ๊ก การแพร่กระจายข่าวสารอย่างรุนแรง ได้สร้างความคาดหวังต่อผู้คนในเรื่องต่างๆ ที่แปลกประหลาดคือ ในประเทศ ก. มีการออกมาสื่อ ล้อเลียนว่า คนทำยุทธศาสตร์ประเทศอายุเกิน 90 น่าจะไปเลี้ยงหลาน ไปวัด ควรปล่อยคนหนุ่มสาว เพราะคนแก่ๆ อีกไม่นานก็ไป ประสบการณ์ที่สั่งสมมาไม่เหมาะแล้วอีกต่อไป คนรุ่นถัดไปควรเข้ามาทำหน้าที่สิถึงจะมีเหตุผล

ขณะที่ประเทศ ข. นักการเมืองอายุ 92 ชนะเลือกตั้งถล่มทลาย ผู้คน สำนักข่าว ต่างยินดีว่า คนรุ่นนี้ อายุไม่ใช่ปัญหา แต่เต็มไปด้วยประสบการณ์ที่หลากหลาย และตอบโจทย์ประเทศ จึงจะเหมาะสมที่จะให้ท่านผู้อาวุโสนำพาประเทศ ข. ให้เดินหน้าต่อไป

กลับมาที่การประชุมที่ผมอ้างถึง ท่านซีอีโอท่านนั้นได้บอกต่อไปว่า คุณทราบหรือไม่ว่า…เราพบว่าคนที่คิดทางออกสวยๆ ได้ คือ ไอ้เด็กที่เรารับ เข้ามาทำงานยังไม่พ้นโปร พอดีมันกล้าพูดโดยที่เจ้านายมันห้ามไม่ทัน…แล้วท่านก็หัวเราะออกมา

มันจึงต้องกลับมาที่หน่วยเล็กที่สุดในระบบเศรษฐกิจซึ่งก็หมายถึงตัวผม ตัวท่าน ทุกๆ ท่าน ทุกๆ คน แล้วว่าจะดำเนินชีวิต ดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างไร จึงจะเป็นคุณต่อสภาพที่อยู่รอบข้าง ผมมีข้อเสนอดังนี้ครับ

1.เปล่งเสียงปฏิเสธ ความล้าสมัย และอุปสรรคอันใหญ่หลวงของผู้คน ที่ต้องทนกับกฎและต้นทุนที่มาจากอะไรก็ไม่รู้ อธิบายไม่ได้ของกฎ ระเบียบ ที่ไม่ได้ทำให้สังคมมันดีขึ้น เรามีกฎหมาย ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์นานหลายปีก่อน แต่ก็ยังทำงานเหมือนเดิม บนกองกระดาษมหาศาล บอกออกไปครับในทุกอวัยวะเมื่อมีโอกาสว่า ทำไมต้องทำ ทำแล้วมันดีอย่างไร ถ้าทำแล้วประชาชนอย่างเราๆ ท่านๆ จะได้คุณประโยชน์อะไร เอาให้ชัด

2.กลับไปทำหน้าที่ของตนเอง และให้กลับไปคิดเอาเองว่าหน้าที่นั้นของเรามีอะไรบ้างที่ต้องทำ อะไรบ้างที่ใช่ และอะไรบ้างที่ไม่ใช่ ไม่ต้องเข้าไปยุ่ง

3.เมื่อไม่รู้อะไร ให้เปล่งคำถาม ถามให้รู้แจ้ง เห็นจริง เป็นประจักษ์ เพื่อก่อเกิดความรู้จริง ตัวอย่างเช่น ผู้คนในแวดวงการเงินพูดเรื่อง Blockchain แต่พอให้อธิบายจริงในหนึ่งนาทีกลับตอบ ไม่ได้ ตอบไม่ได้จริงๆ เถไถก็ไม่ได้ ได้แต่ยิ้มแล้วก็พูดคำอื่น เช่น AI มาแทน พอถามอีกว่า AI คืออะไรก็ตอบไม่ได้เช่นเคย คำตอบส่วนใหญ่ คือ “ยิ้มแบบไทย”

4.กลับไปดูแลสุขภาพ อาหารการกิน เพราะอาหารนั้นคือยารักษาโรค ที่ดีที่สุด ตื่นเช้ากางขา แกว่งแขน เดินหรือวิ่งให้หัวใจได้ทำงาน ได้แข็งแรง เลิกหาเรื่องเอาชื่อหน่วยงาน สมาคม ไปขอเงินกุศลด้วยการจัดกอล์ฟ จัดสร้างพระ หรือเลิกได้หรือไม่กับการจัดหลักสูตรแปลกๆ เพื่อให้ผู้คนที่มีจิตใจไม่สะอาดได้ถือเอาเป็นที่สุมหัว ซ่องสุมความคิด ในการทำสิ่งที่ non goodgovernance

เราจะหลุดพ้นจากความโง่เขลา ที่เท่ากัน ในยุคสังคม เศรษฐกิจ การเงิน การเมือง ได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่รู้จะมาแบบไหน ด้วยเทคโนโลยี ที่ไม่เคยเห็น และด้วยสูตรคำตอบ อะไรที่ยังค้นไม่พบ ได้อย่างไร ในวันนี้ วันที่เราไม่มีจินตนาการวัยเด็กเหลือ อยู่เลย

Comments

comments