เครดิตบูโร เตือนภัยระบบการเงิน

 

 

 
   
   
 
 

เริ่มต้นสร้างความมั่งคั่ง… ด้วยโปรแกรม K-Saving Memo (บันทึกเงินออม) จาก K-Weplan

 

โดย : สาธิต อุปชา


เครดิตบูโรพร้อมส่งสัญญาณเตือนภัยระบบการเงิน ป้องกันซ้ำรอยวิกฤติเศรษฐกิจ
ต้องยอมรับว่าตลอดช่วงระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา หลังจากมีการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือ เครดิตบูโร ภาพลักษณ์ของเครดิตบูโร ออกมาค่อนข้างที่จะเป็นลบ ทั้งที่วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการจัดตั้งเครดิตบูโร ก็เพื่อที่จะเป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าสถาบันการเงิน เพื่อลดความเสี่ยงในการปล่อยกู้ แต่ในสายตาของบรรดาลูกหนี้สถาบันการเงินที่มีกว่า 63 ล้านบัญชี ครอบคลุมลูกหนี้ 19 ล้านราย ไม่ค่อยมีใครสบายใจมากนักหากติดอยู่ในแบล็คลิสต์ หรือ ลูกหนี้ที่ผิดค้างชำระกับสถาบันการเงิน เพราะโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อย่อมลดน้อยถอยลงตาม
 
สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) บอกกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า หลังจากที่เขาเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการเครดิตบูโร ตั้งแต่เดือนส.ค. 2553 ที่ผ่านมา เขามีความตั้งใจว่า จะทำอย่างไรให้คนได้เข้าใจถึงบทบาทของเครดิตบูโรว่ามีประโยชน์กับลูกหนี้และสถาบันการเงินอย่างไร เครดิตบูโรมีหน้าที่อะไร ทำอย่างไรที่จะทำให้ประชาชนได้เข้าถึงระบบข้อมูลที่เครดิตบูโรมีอยู่ และสุดท้ายคือ สร้างความมั่นใจให้กับลูกหนี้และสถาบันการเงินว่า เครดิตบูโรมีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในระบบข้อมูลอย่างไร
 
ที่สำคัญข้อมูลที่เครดิตบูโรมีอยู่ยังสามารถนำไปต่อยอดให้กับระบบสถาบันการเงิน ในการอนุมัติสินเชื่อ หรือทบทวนสินเชื่อ และที่สำคัญนำไปใช้เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงให้กับสถาบันการเงิน สอดคล้องกับแผนแม่บทพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (มาสเตอร์แพลน) ที่ในอนาคตอันใกล้จะนำไปสู่ระบบเครดิตสกอริ่ง ซึ่งระหว่างเดือนมี.ค.-พ.ค. เครดิตบูโร ต้องรวบรวมข้อมูลสินเชื่อส่งไปให้กับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พิจารณา ซึ่งได้ว่าจ้างเครดิตบูโร ของสหรัฐ เป็นผู้พัฒนาระบบ
  โดยเงื่อนไขสำคัญในการใช้ระบบเครดิตสกอริ่ง ระบุชัดว่าสถาบันการเงินห้ามนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการปฏิเสธสินเชื่อ 
สุรพล บอกว่า อีกบทบาทหนึ่งที่สำคัญของเครดิตบูโร ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาระบบสถาบันการเงินคือ เครดิตบูโร จะนำข้อมูลสถิติที่ได้จากการจัดเก็บมาเผยแพร่เป็นรายไตรมาส เพื่อเป็นการส่งสัญญาณเตือนระบบสถาบันการเงิน (Early Warning Signal Systems) โดยเตรียมเปิดแถลงข้อมูลอย่างเป็นทางการในเดือนพ.ค. นี้ และจะทำต่อเนื่องทุกไตรมาส
"รูปแบบการนำเสนอจะมีการหยิบยกข้อมูลสินเชื่อที่กำลังเป็นประเด็นในสังคมขณะนี้ กรณีสินเชื่อบ้านที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะเกิดปัญหาฟองสบู่หรือไม่ เราก็จะนำข้อมูลมาเผยแพร่ว่า ข้อมูลการผิดนัดชำระหนี้ กลุ่มลูกหนี้ระดับไหนที่มีปัญหาในการผิดนัดชำระหนี้ ไม่ใช่คนนั้นพูดทีคนนี้พูดที โดยไม่มีข้อมูลอ้างอิง แต่ในฐานะที่เราเป็นคนเก็บสถิติข้อมูล เราจะเอาเรื่องนี้มาเผยแพร่ ว่าข้อมูลหรือสถิติเป็นอย่างไร เพื่อที่จะส่งสัญญาณเตือนให้ทุกฝ่ายระมัดระวัง ไม่ว่าจะเป็นผู้กู้ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และสถาบันการเงิน"
สุรพล กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาเครดิตบูโรได้จับมือกับบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (แอล.พี.เอ็น.) และเตรียมจับมือกับบริษัทพฤกษา เรียลเอสเตท เพื่อที่จะตรวจสุขภาพทางการเงินให้แก่ลูกหนี้ โดยลูกหนี้ที่จะทำสัญญาซื้ออสังหาริมทรัพย์กับแอล.พี.เอ็น. สามารถที่จะตรวจสอบข้อมูลของตัวเองก่อนว่า มีความสามารถเพียงพอในการกู้หรือไม่ ซึ่ง แอล.พี.เอ็น.จะจัดศูนย์ให้คำปรึกษาร่วมกับสถาบันการเงิน และเครดิตบูโร ก็จะเปิดเผยข้อมูลสถิติการชำระหนี้ให้ลูกหนี้ได้รับทราบ ซึ่งในจุดนี้จะทำให้ลูกหนี้สามารถวางแผนการเงิน และช่วยลดปัญหาลูกค้าที่ผ่อนดาวน์ไปแล้ว แต่ไม่สามารถกู้เงินจากสถาบันการเงิน เพื่อกู้ซื้อบ้าน จนทำให้ในที่สุดต้องโดนยึดเงินดาวน์ในภายหลัง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา เครดิตบูโร ได้เปิด “ศูนย์บริการตรวจเครดิตบูโร” หรือ Bureau Express บนสถานี BTS ศาลาแดง เพื่อให้กลุ่มพนักงานออฟฟิศ ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่จับจ่ายใช้สอยผ่านบัตรเครดิตอยู่เป็นประจำ แต่ยังไม่ค่อยได้เห็นข้อมูลประวัติสินเชื่อของตนเองผ่านรายงานข้อมูลเครดิต ว่าข้อมูล “ถูกต้อง ครบถ้วน และทันสมัย”’ หรือไม่
ศูนย์บริการตรวจเครดิตบูโร จะมีเจ้าหน้าที่ให้บริการตรวจเครดิตบูโรพร้อมตอบข้อสอบถาม เพียงผู้ใช้บริการนำบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงพร้อมค่าธรรมเนียม 100 บาท ก็สามารถรอรับรายงานข้อมูลเครดิตได้เลยทันทีภายในเวลา 15 นาที
 
"ถามว่าคุ้มไหมกับค่าเช่าพื้นที่เดือนละ 5 หมื่นบาท ถ้าถามเชิงธุรกิจผมยอมรับว่าไม่คุ้ม แต่ในเชิงรับผิดชอบต่อสังคมผมถือว่าคุ้มค่า เพราะเราคือ ศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ คำว่าแห่งชาติคือ ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม เราไม่คาดหวังกำไรสูงสุด แต่ก็ต้องไม่เป็นภาระต่อผู้ถือหุ้นด้วย ซึ่งการดำเนินงานของเครดิตบูโร เข้าถึงจุดคุ้มทุนแล้วตั้งแต่ปี 2550"
 
ปัจจุบันผู้ใช้บริการสามารถขอข้อมูลเครดิตได้หลายช่องทางผ่าน 1.ศูนย์บริการตรวจเครดิตบูโร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สำนักงานใหญ่ อาคาร 2 ชั้น 2 เปิดให้บริการทุกวันจันทร์- ศุกร์  2.ซิตี้แอดวานซ์ 4 สาขา ได้แก่ สาขาศูนย์การค้า เดอะ มอลล์ บางกะปิ  ท่าพระ งามวงศ์วาน และศูนย์การค้าฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ ซึ่งจะได้รับข้อมูลภายใน 15 นาที
ส่วนในต่างจังหวัดก็สามารถตรวจเครดิตบูโรได้ รับรายงานข้อมูลเครดิตทางไปรษณีย์ ภายใน 7 วัน ผ่าน 1.เคาน์เตอร์ธนาคาร นครหลวงไทย ไอซีบีซี (ไทย) และกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ  2.ทำรายการผ่านตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ง่ายๆ หากมีบัตรธนาคารไหน ก็ทำรายการผ่านตู้ ATM ธนาคารนั้น 3.ทำรายการผ่านระบบธนาคารบนโทรศัพท์มือถือ ของธนาคารกรุงไทย เพียงมีบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเดบิตของธนาคารกรุงไทย
วันนี้คุณตรวจสุขภาพเครดิตของคุณ เพื่อความพร้อมในการรับมือกับวิกฤติที่ไม่คาดคิดในอนาคตตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วหรือยัง!!